คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหมคะ? ตื่นเช้ามาพร้อมอาการปวดต้นคอแบบเดิมๆ ทั้งที่เพิ่งนอนหลับมาทั้งคืน หรือพอนั่งทำงานไปสักพักก็เริ่มรู้สึกแน่นบ่า ไหล่ตึง จนต้องหยุดเพื่อขยับตัวอยู่เรื่อยๆ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอดทนหรือมองข้ามไปนะคะ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ ออฟฟิศซินโดรม ที่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจพัฒนาเป็นอาการเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้จริงค่ะ
ออฟฟิศซินโดรมคืออะไรกันแน่
ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ไม่ใช่ชื่อโรคในทางการแพทย์ แต่เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มอาการที่เกิดจากการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือใช้โทรศัพท์มือถือต่อเนื่องหลายชั่วโมงทุกวันค่ะ
ในทางการแพทย์แผนจีน อาการเหล่านี้มักสัมพันธ์กับภาวะที่พลังงาน (ชี่) และเลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวกในบริเวณเส้นลมปราณของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ทำให้เกิดการติดขัด ตึง และเจ็บปวดสะสมอยู่ในร่างกายค่ะ
อาการที่พบบ่อยและมักถูกมองข้าม
สิ่งที่ทำให้ออฟฟิศซินโดรมน่าเป็นห่วงคือมันมักค่อยๆ สะสมจนเราชินกับความเจ็บปวด และหลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงาน อาการที่พบบ่อยได้แก่
- ปวดต้นคอ บ่า และหัวไหล่ โดยเฉพาะด้านที่ถนัด
- ปวดหลังส่วนล่าง หรือปวดตื้อๆ บริเวณเอว
- ปวดหัวเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณขมับหรือท้ายทอย
- ตาล้า ตาแห้ง หรือมองไม่ชัดหลังจากจ้องหน้าจอนาน
- ชาหรือเสียวแปลบตามแขน นิ้วมือ หรือขา
- รู้สึกอ่อนเพลียแม้จะได้พักผ่อนเพียงพอ
หากคุณพบว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้มากกว่า 3 อย่างขึ้นไป นั่นคือสัญญาณที่ร่างกายกำลังส่งให้คุณหยุดฟังมันอย่างจริงจังค่ะ
ทำไมคนทำงานออฟฟิศถึงเสี่ยงมากเป็นพิเศษ
สาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัยที่ทับซ้อนกันค่ะ
ท่าทางที่ไม่เหมาะสม: การก้มคอมองหน้าจอ, ไหล่ห่อ, หรือนั่งหลังงอเป็นเวลานานทำให้กล้ามเนื้อต้องรับน้ำหนักในมุมที่ผิดธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดการล้าและอักเสบสะสม
การเคลื่อนไหวน้อย: ร่างกายถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหว การนั่งนิ่งๆ ต่อเนื่องมากกว่า 30-60 นาทีโดยไม่ลุกขยับ ทำให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองแย่ลงค่ะ
ความเครียดสะสม: เวลาที่เราเครียดหรือเพ่งจดจ่อกับงาน กล้ามเนื้อบ่าและต้นคอมักจะหดตัวโดยไม่รู้ตัว ยิ่งทำนานยิ่งตึงค่ะ
แนวทางดูแลตัวเองเบื้องต้น
ข่าวดีคือออฟฟิศซินโดรมสามารถป้องกันและบรรเทาได้ด้วยการปรับนิสัยในชีวิตประจำวันค่ะ
- ตั้ง reminder ลุกขยับทุก 45-60 นาที แม้แค่ยืนดื่มน้ำหรือเดินไปห้องน้ำก็ช่วยได้มาก
- ปรับหน้าจอให้ระดับสายตาพอดี ไม่ต้องก้มหรือเงยคอ
- ยืดกล้ามเนื้อคอและบ่า เบาๆ วันละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังทำงานหนัก
- ตรวจสอบท่านั่ง ให้หลังตรง เท้าวางราบกับพื้น และข้อศอกงอประมาณ 90 องศา
เมื่อไหร่ที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญ
หากลองดูแลตัวเองแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ หรืออาการปวดรุนแรงขึ้น ชาลงไปที่แขนหรือขา หรือกระทบต่อการนอนหลับและการทำงานประจำวัน นั่นคือสัญญาณที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ
การรักษาด้วยการฝังเข็มในศาสตร์แพทย์แผนจีนได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลายชิ้นว่าช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และลดการอักเสบในบริเวณที่มีปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ นอกจากนี้การครอบแก้วหรือกัวซาก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัวสะสมได้ดีเช่นกันค่ะ
ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนอยู่กับมันตลอดไปนะคะ การเริ่มต้นดูแลร่างกายตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับท่าทาง ยืดกล้ามเนื้อ หรือขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ล้วนเป็นก้าวเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างได้มากค่ะ ทีมแพทย์ของ เรล่า คลินิกการแพทย์แผนจีน พร้อมช่วยประเมินอาการและวางแผนดูแลร่างกายคุณในแบบที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะค่ะ
ร่างกายที่แข็งแรงเริ่มต้นจากการฟังสัญญาณของมัน
หากอาการปวดเรื้อรังยังไม่ดีขึ้น การประเมินและรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนอาจช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ออฟฟิศซินโดรมต่างจากอาการปวดหลังทั่วไปอย่างไร
ออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อกลุ่มเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน มักมาพร้อมกับอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดหัว ตาล้า หรือชาที่แขน ต่างจากอาการปวดหลังทั่วไปที่มักเกิดจากการยกของหนักหรืออุบัติเหตุ
ออฟฟิศซินโดรมรักษาหายได้ไหม
หายได้ค่ะ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปรับพฤติกรรมการทำงาน การรักษาด้วยการฝังเข็มร่วมกับการปรับท่าทางและยืดกล้ามเนื้อสม่ำเสมอให้ผลดีมากในระยะยาวค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด
อ่าน 7 นาที
ฝังเข็มรักษาออฟฟิศซินโดรม ได้ผลจริงไหม และควรรู้อะไรก่อนเข้ารับการรักษา
การฝังเข็มไม่ได้แค่ช่วยลดปวดชั่วคราว แต่ทำงานที่ต้นเหตุของการอักเสบและการไหลเวียนที่ติดขัด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของออฟฟิศซินโดรม
อ่าน 5 นาที
ดูแลตัวเองจากออฟฟิศซินโดรมได้เองที่บ้าน ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวัน
การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการออฟฟิศซินโดรม และหลายวิธีทำได้ง่ายๆ ระหว่างวันทำงาน โดยไม่ต้องลุกออกไปไหนเลยค่ะ
