Healthy Guide อ่าน 6 นาที
ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร สัญญาณเตือนที่คนทำงานออฟฟิศไม่ควรมองข้าม

ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร สัญญาณเตือนที่คนทำงานออฟฟิศไม่ควรมองข้าม

รู้จักออฟฟิศซินโดรมให้ลึกขึ้น ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงวิธีดูแลตัวเองและการรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน เพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ออฟฟิศซินโดรมปวดหลังปวดคอคนทำงานออฟฟิศ

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหมคะ? ตื่นเช้ามาพร้อมอาการปวดต้นคอแบบเดิมๆ ทั้งที่เพิ่งนอนหลับมาทั้งคืน หรือพอนั่งทำงานไปสักพักก็เริ่มรู้สึกแน่นบ่า ไหล่ตึง จนต้องหยุดเพื่อขยับตัวอยู่เรื่อยๆ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอดทนหรือมองข้ามไปนะคะ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ ออฟฟิศซินโดรม ที่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจพัฒนาเป็นอาการเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้จริงค่ะ

ออฟฟิศซินโดรมคืออะไรกันแน่

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ไม่ใช่ชื่อโรคในทางการแพทย์ แต่เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มอาการที่เกิดจากการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือใช้โทรศัพท์มือถือต่อเนื่องหลายชั่วโมงทุกวันค่ะ

ในทางการแพทย์แผนจีน อาการเหล่านี้มักสัมพันธ์กับภาวะที่พลังงาน (ชี่) และเลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวกในบริเวณเส้นลมปราณของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ทำให้เกิดการติดขัด ตึง และเจ็บปวดสะสมอยู่ในร่างกายค่ะ

อาการที่พบบ่อยและมักถูกมองข้าม

สิ่งที่ทำให้ออฟฟิศซินโดรมน่าเป็นห่วงคือมันมักค่อยๆ สะสมจนเราชินกับความเจ็บปวด และหลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงาน อาการที่พบบ่อยได้แก่

  • ปวดต้นคอ บ่า และหัวไหล่ โดยเฉพาะด้านที่ถนัด
  • ปวดหลังส่วนล่าง หรือปวดตื้อๆ บริเวณเอว
  • ปวดหัวเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณขมับหรือท้ายทอย
  • ตาล้า ตาแห้ง หรือมองไม่ชัดหลังจากจ้องหน้าจอนาน
  • ชาหรือเสียวแปลบตามแขน นิ้วมือ หรือขา
  • รู้สึกอ่อนเพลียแม้จะได้พักผ่อนเพียงพอ

หากคุณพบว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้มากกว่า 3 อย่างขึ้นไป นั่นคือสัญญาณที่ร่างกายกำลังส่งให้คุณหยุดฟังมันอย่างจริงจังค่ะ

ทำไมคนทำงานออฟฟิศถึงเสี่ยงมากเป็นพิเศษ

สาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัยที่ทับซ้อนกันค่ะ

ท่าทางที่ไม่เหมาะสม: การก้มคอมองหน้าจอ, ไหล่ห่อ, หรือนั่งหลังงอเป็นเวลานานทำให้กล้ามเนื้อต้องรับน้ำหนักในมุมที่ผิดธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดการล้าและอักเสบสะสม

การเคลื่อนไหวน้อย: ร่างกายถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหว การนั่งนิ่งๆ ต่อเนื่องมากกว่า 30-60 นาทีโดยไม่ลุกขยับ ทำให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองแย่ลงค่ะ

ความเครียดสะสม: เวลาที่เราเครียดหรือเพ่งจดจ่อกับงาน กล้ามเนื้อบ่าและต้นคอมักจะหดตัวโดยไม่รู้ตัว ยิ่งทำนานยิ่งตึงค่ะ

แนวทางดูแลตัวเองเบื้องต้น

ข่าวดีคือออฟฟิศซินโดรมสามารถป้องกันและบรรเทาได้ด้วยการปรับนิสัยในชีวิตประจำวันค่ะ

  • ตั้ง reminder ลุกขยับทุก 45-60 นาที แม้แค่ยืนดื่มน้ำหรือเดินไปห้องน้ำก็ช่วยได้มาก
  • ปรับหน้าจอให้ระดับสายตาพอดี ไม่ต้องก้มหรือเงยคอ
  • ยืดกล้ามเนื้อคอและบ่า เบาๆ วันละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังทำงานหนัก
  • ตรวจสอบท่านั่ง ให้หลังตรง เท้าวางราบกับพื้น และข้อศอกงอประมาณ 90 องศา

เมื่อไหร่ที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญ

หากลองดูแลตัวเองแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ หรืออาการปวดรุนแรงขึ้น ชาลงไปที่แขนหรือขา หรือกระทบต่อการนอนหลับและการทำงานประจำวัน นั่นคือสัญญาณที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ

การรักษาด้วยการฝังเข็มในศาสตร์แพทย์แผนจีนได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลายชิ้นว่าช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และลดการอักเสบในบริเวณที่มีปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ นอกจากนี้การครอบแก้วหรือกัวซาก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัวสะสมได้ดีเช่นกันค่ะ

ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนอยู่กับมันตลอดไปนะคะ การเริ่มต้นดูแลร่างกายตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับท่าทาง ยืดกล้ามเนื้อ หรือขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ล้วนเป็นก้าวเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่างได้มากค่ะ ทีมแพทย์ของ เรล่า คลินิกการแพทย์แผนจีน พร้อมช่วยประเมินอาการและวางแผนดูแลร่างกายคุณในแบบที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะค่ะ

ร่างกายที่แข็งแรงเริ่มต้นจากการฟังสัญญาณของมัน

หากอาการปวดเรื้อรังยังไม่ดีขึ้น การประเมินและรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนอาจช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ออฟฟิศซินโดรมต่างจากอาการปวดหลังทั่วไปอย่างไร

ออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อกลุ่มเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน มักมาพร้อมกับอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดหัว ตาล้า หรือชาที่แขน ต่างจากอาการปวดหลังทั่วไปที่มักเกิดจากการยกของหนักหรืออุบัติเหตุ

ออฟฟิศซินโดรมรักษาหายได้ไหม

หายได้ค่ะ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปรับพฤติกรรมการทำงาน การรักษาด้วยการฝังเข็มร่วมกับการปรับท่าทางและยืดกล้ามเนื้อสม่ำเสมอให้ผลดีมากในระยะยาวค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด